ดอกไม้ทะเล

ดอกไม้ทะเล

 

การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์

อาณาจักร:

Animalia

ไฟลัม:

Cnidaria

ชั้น:

Anthozoa

ชั้นย่อย:

Hexacorallia

อันดับ:

Actiniaria

Suborders

Endocoelantheae
Nyantheae
Protantheae
Ptychodacteae

ความหลากหลาย

46 families

    

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดอกไม้ทะเล (อังกฤษ: Sea Anemone) เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลังหลายชนิดและหลายสกุล ในอันดับ Actiniaria รูปทรงกระบอกยืดหดได้ ด้านหนึ่งเป็นฐานสำหรับยืด ด้านตรงข้ามเป็นช่องปาก มีหนวดมาก,เห็ดหลุบ อาศัยอยู่ภายใต้ท้องทะเลและมหาสมุทร มีลักษณะของลำตัวที่มีรูปร่างคล้ายถุง และมีรูเปิดออก 1 รู ดอกไม้ทะเลจะมีอวัยวะที่มีลักษณะคล้ายกับหนวดอยู่รอบ ๆ บริเวณรูเปิดนั้น มีสีสันที่แตกต่างกันเช่น สีแดง สีเขียว สีส้ม

ดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์ที่จัดอยู่ใน Phylum Cnidaria (นิรนาม1, 2547) ลำตัวของดอกไม้ทะเลมีลักษณะเป็นโพลิบ มีขนาดตั้งแต่เส้นผ่านศูนย์กลางไม่ถึง 5 มิลลิเมตร ถึง 100 มิลลิเมตร (10 เซนติเมตร) และโพลิบยาว 5 มิลลิเมตร ถึง 200 มิลลิเมตร (20 เซนติเมตร) บางชนิดก็มีขนาดใหญ่กว่านี้ ดอกไม้ทะเลอาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบที่อากาศค่อนข้างอุ่น ดอกไม้ทะเลจะใช้แว่นเท้ายึดเกาะกับสิ่งต่างๆ ในทะเล บางชนิดฝังตัวอยู่ในโคลนตมหรือทราย (บพิธ และนันทพร, 2540) บริเวณหนวดของดอกไม้ทะเลจึงมักเป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูนและปลาสลิดหิน ซึ่งดำรงชีวิตแบบเกื้อกูลกัน (สุรินทร์ และสมสุข, 2547) ดอกไม้ทะเลมีลักษณะเด่นอยู่ที่ การแบ่งชั้นของเนื้อเยื่อ และเข็มพิษสัตว์ทุกตัวในไฟลัมนี้จะมีเข็มพิษ ที่เรียกว่า ?Nematocyst? ใช้เพื่อป้องกันตัวและหาอาหาร

ดอกไม้ทะเลกินสัตว์อื่น (carnivorous) ที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวเป็นอาหาร (บพิธ และ นันทพร, 2540) โดยอาศัยหนวดที่มีเข็มพิษอยู่ข้างใน ยิงใส่เหยื่อที่เข้ามาใกล้ๆ (นิรนาม1, 2547) เวลาถูกรบกวนจะหดตัวและดึงเอาหนวดและแว่นปากเข้าไปภายใน (บพิธ และนันทพร, 2540)

                  

          ปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเลเปรียบเสมือนผีเสื้อกับดอกไม้ทะเลที่อยู่เคียงคู่กันเสมอ ปลาการ์ตูนบางชนิดจะเจาะจงอยู่อาศัยกับดอกไม้ทะเลที่มันชื่นชอบเท่านั้น แต่ก็มีหลายชนิดที่สามารถอยู่กับดอกไม้ทะเลหลายชนิดได้เช่นกัน ปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเลนับได้ว่ามีส่วนเสริมสร้างชีวิตและสีสันให้แก่ท้องทะเล และสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ ทั่วโลก (ยุพินท์, 2546) เนื่องจาก เป็นปลาที่ว่ายน้ำไม่เก่ง ในธรรมชาติปลาการ์ตูนจะอาศัยกับดอกไม้ทะเลหลายชนิด (ภวพล, 2546) ซึ่งเราเรียกการอยู่รวมกันและพึ่งพาอาศัยกันแบบนี้ว่า ?การพึ่งพาอาศัยกันแบบ Symbiosis? โดยที่สิ่งมีชีวิตสองชนิดอาศัยอยู่ร่วมกัน หรือโดยต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกัน โดยที่ปลาการ์ตูนจะอาศัยดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบภัย หาอาหาร และสืบพันธุ์ ส่วนดอกไม้ทะเลจะได้จับเหยื่อเป็นอาหารจากที่ปลาการ์ตูนล่อเหยื่อเข้ามา เพราะว่า ดอกไม้ทะเลจะมีหนวดอยู่เป็นจำนวนมาก และที่บริเวณปลายหนวดจะมีเข็มพิษ ที่เรียกว่า Nematocyst อยู่เป็นจำนวนมากแต่พิษเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายกับปลาการ์ตูน (วิรัช, 2547) นอกจากนี้ดอกไม้ทะเลยังสามารถปกป้องปลาการ์ตูนจากปลาที่ดุร้าย ในทางกลับกันปลาการ์ตูนจะคอยขับไล่พวกปลาที่มากินดอกไม้ทะเล เช่น พวกปลาผีเสื้อ และได้มีรายงานว่าในบริเวณใดที่ปลาการ์ตูนถูกจับไปดอกไม้ทะเลก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น การดำรงอยู่ของสัตว์ทั้ง 2 ชนิดจึงถือเป็นการพึ่งพาอาศัยกันอย่างแท้จริง


จากการที่ปลาการ์ตูนสร้างเมือกเพื่อป้องกันอันตรายจากพิษของสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะดอกไม้ทะเลซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษและยังเป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูนอีกด้วย (นิรนาม1, 2547) ได้ แต่ปลาการ์ตูนแต่ละชนิดก็จะมีเมือกหุ้มป้องกันพิษของดอกไม้ทะเล ได้เพียงบางชนิดเท่านั้น จึงจะพบได้ว่าดอกไม้ทะเลแต่ละชนิดจะมีปลาการ์ตูนชนิดที่สามารถอาศัยอยู่แตกต่างกัน (วิรัช, 2547)

 

ดอกไม้ทะเล และเข็มพิษ


ดอกไม้ทะเลหรือ Sea Anemone เป็นสัตว์ในไฟลัม Cnidaria ในกลุ่มเดียวกับ กัลปังหา และ แส้ทะเลลักษณะเด่นของสัตว์ในไฟลัมนี้คือจะใช้เข็มพิษในการล่าเหยื่อหาอาหาร และป้องกันตัวจากศัตรู (ภวพล, 2546) ดอกไม้ทะเลนั้นมีหนวดมากมาย ปลายหนวดแต่ละอันบรรจุเข็มพิษ (nematocyst) หนวดและเข็มพิษเหล่านี้จะทำงานทันที่เมื่อถูกสัมผัส โดยที่การที่ปลายหนวดเหล่านี้ก็จะปล่อยเข็มพิษใส่วัตถุที่มาสัมผัสทันที ดอกไม้ทะเลเองมีเมือกหุ้มตัวเองไว้ เมือกนี้จะคอยหยุดยั้งการทำงานของเข็มพิษไม่ให้ดอกไม้ทะเลยิงตัวมันเอง (นิรนาม1, 2547) ในดอกไม้ทะเลมีพิษที่เป็นสารประกอบโปรตีน อยู่ 2 ชนิด คือ neurotoxins และ cytolysins (Mebs, 1994)


สารพิษประเภท neurotoxins จะมีผลกระทบต่อระบบประสาท ส่วนสารพิษประเภท cytolysins นั้น จะมี
ผลทำให้แรงดันออสโมติกภายในเซลล์เพิ่มมากขึ้น และเซลล์แตกในที่สุด ทำให้เกิดการแตกตัวของเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นพิษต่อปลา สามารถเกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน และช่องว่างบริเวณเยื่อต่างๆ ทำให้เกิดความเสียหายบริเวณเยื่อบุผิวหนัง สารพิษเหล่านี้สามารถส่งผ่านได้ 2 ทาง คือ ผ่านโดยตรงจากการยิงเข็มพิษและสัมผัสกับเมือกที่ดอกไม้ทะเลขับออกมา สารพิษเหล่านี้อาจจะทำให้สัตว์น้ำตายได้ สาเหตุของการตายของปลาทั้งหมดที่เกิดจากดอกไม้ทะเลนั้นมาจากสาร gramicidin, saponin, และ latrunculin ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับเยื่อบุผิวของปลา (Mebs, 1994)

 

การอยู่ร่วมกันของปลาการ์ตูนและดอกไม้ทะเล


ปลาการ์ตูน และดอกไม้ทะเลอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพากัน ต่างเป็นเกราะ เป็นที่พึ่งพาของกันและกัน ปลาการ์ตูนใช้ดอกไม้ทะเลเป็นที่หลบภัยจากสัตว์อื่นได้ โดยที่พิษของดอกไม้ทะเลไม่เป็นอันตรายต่อตัวมัน (Elliott et al, 1994) จากการที่เมือกที่ผิวของปลาการ์ตูนมีคุณสมบัติในการป้องกันตัวจากเข็มพิษของดอกไม้ทะเลได้ (บพิธ และนันทพร, 2540) ปรกติปลาทุกชนิดมีเมือกซึ่งเป็นน้ำข้นเหนียวลื่นๆ หลั่งออกมาจากเซลล์เฉพาะในต่อมเมือกบนผิวหนัง (mucous cell) ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบนผิวหนังของปลาทุกชนิด เซลล์ต่อมเมือกทำหน้าที่ผลิตเมือกที่เป็นสารพวก mucin, glycoprotein เมือกทำหน้าที่หล่อลื่น ช่วยให้ปลาสามารถว่ายน้ำได้เร็วและใช้พลังงานน้อยลง นอกจากนี้เมือกยังช่วยป้องกันร่างกายของปลาจากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กต่างๆ เช่น ปรสิต, แบคทีเรีย และเชื้อรา (Brown, 1957)


นอกจากนี้มีรายงานว่ากลไกการป้องกันตัของปลาการ์ตูนจากพิษของดอกไม้ทะเลเกิดจากเกิดจากการที่ปลาการ์ตูนค่อยๆใช้ลำตัวถูเอาเมือกของดอกไม้ทะเลมาติดไว้บนตัว ทำให้ดอกไม้ทะเลไม่รู้สึกแปลกแยกเมื่อปลาการ์ตูนมาสัมผัส ดอกไม้ทะเลจึงไม่ทำร้ายปลาการ์ตูน (ภวพล, 2546) หรือ อาจจะเกิดจากการดึงดูดทางเคมีระหว่างตัวอ่อนของปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเลทำให้เกิดการดูดซับสารเคมีที่มีอยู่ในดอกไม้ทะเล ซึ่งทฤษฎีนี้ก็อาจจะเป็นไปได้ซึ่งอาจจะเกิดจากการยอมรับตั้งแต่กำเนิด โดยปลาการ์ตูนจะฟักไข่บริเวณดอกไม้ทะเล และในระหว่างที่ทำการฟักอยู่นั้น สารเคมีจากดอกไม้ทะเลถ่ายทอดไปยังไข่ของปลาการ์ตูน ทำให้ในตัวอ่อนของปลาการ์ตูนมีสารเคมีของดอกไม้ทะเลอยู่ ส่งผลให้เมื่อมันโตเต็มวัยแล้ว ทำให้มันสามารถอยู่กับดอกไม้ทะเลเช่นพ่อแม่มันได้ ลูกปลาการ์ตูนเหล่านี้จึงไม่สร้างความรู้สึกให้ดอกไม้ทะเลรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอม จากการที่สัตว์ทั้งสองชนิดมีสารชนิดเดียวกัน ทำให้ปลาการ์ตูนจึงสามารถเข้าใกล้และอยู่กับดอกไม้ทะเลได้อย่างปลอดภัย (Allen and Fautin, 1992) กลไกการทำงานของมันยังไม่เป็นที่เข้าใจนัก (บพิธ และนันทพร, 2540) อย่างไรก็ตามพบว่า ในบางครั้งดอกไม้ทะเลยิงเข็มพิษเข้าใส่ปลาการ์ตูนด้วย แต่ปลาการ์ตูนจะไม่เป็นอันตรายเช่นปลาอื่นๆ เช่น ปลาในสกุล Amphiprion clarkii และ Amphiprion percular สามารถต่อต้านพิษของดอกไม้ทะเลในกลุ่มพวก Heteractis magnificaและ Stichodactyle mertensii ได้ (Mebs, 1994)

สมมติฐานต่างๆ เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันของปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล (นิรนาม4, 2547)

1. Hypothesis of at Birth


นอกจากจะเป็นที่หลบภัยแล้ว ปลาการ์ตูนยังใช้ดอกไม้ทะเลเป็นบ้านถาวร เป็นบริเวณที่ผสมพันธุ์วางไข่ รวมทั้งดูแลตัวอ่อน เข้าใจว่ามีการดึงดูดทางเคมีระหว่างปลาการ์ตูนตั้งแต่ระยะที่เป็นไข่กระทั่งฟักออกเป็นตัว ทำให้เกิดจากการยอมรับซึ่งกันและกันมาแต่กำเนิด ส่งผลปลาระยะต่อมากระทั่งโตเต็มวัยยังสามารถอยู่กับดอกไม้ทะเลได้ (Allen and Fautin, 1992)


2. Hypothesis of Camouflage

Schlichter (1976) ได้ตั้งสมมติฐานแรกโดยเชื่อว่าปลาการ์ตูนสามารถปรับตัวให้เข้ากับเมือกของดอกไม้ทะเล ทำให้ดอกไม้ทะเลไม่รู้สึกว่าปลาการ์ตูนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา ทำให้ปลาการ์ตูนรอดพ้นจากการยิงของเข็มพิษ แต่ต่อมาได้มีอีกสมมติฐานหนึ่ง (สมมติฐานที่ 3) มาขัดแย้ง


3. Hypothesis of Inert Mucous


ในปี 1980 Lubbock ได้ทำการศึกษาในปลาการ์ตูนลายปล้อง (Amphiprion clarkii) พบว่าในเมือกของปลาเป็นสารประกอบน้ำตาลเชิงซ้อน (polysaccharide) ที่เป็นกลาง ต่างจากเมือกของปลาโดยทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล ที่เมือกมีสภาพเป็นกรด พบว่าเมือกที่มีสภาพเป็นกลางจะไม่ไปกระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองของเข็มพิษของดอกไม้ทะเล ในขณะที่เมือกที่เป็นกรดจะไปกระตุ้นการทำงานของเข็มพิษ ทำให้ดอกไม้ทะเลที่ถูกปลาเหล่านี้สัมผัสปล่อยเข็มพิษออกมา Lubbock ทำการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าปลาการ์ตูนต้องใช้เวลา 4 วัน ในการปรับตัวเพื่อสามารถอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลได้ การสังเกตพฤติกรรมของปลาการ์ตูนในระหว่างนั้นว่า ปลาการ์ตูนจะไม่เข้าใกล้ดอกไม้ทะเลเลย อาจจะเนื่องมาจากการสร้างเมือกของปลาการ์ตูนยังไม่สมบูรณ์ดีนัก ส่งผลทำให้เกิดสมมติฐานใหม่อีก (สมมติฐานที่ 4)


4. Hypothesis of Thick Mucous


Lubbock (1980) พบว่าเมือกที่ปลาการ์ตูนเอามาจากดอกไม้ทะเลนั้นอยู่ได้ในช่วงสั้นๆ เท่านั้น แต่การที่ปลาการ์ตูนมีเมือกที่หนาทำ ให้ตัวมันไม่ระคายเคืองจากพิษของดอกไม้ทะเล การศึกษาต่อทำ ให้ Lubbock พบว่าปลาการ์ตูนสามารถอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลได้นั้นไม่ได้มาจากเมือกที่หนาของปลาการ์ตูนอย่างเดียวแต่เกิดจากการปรับตัวของปลาการ์ตูน การศึกษาต่อของ Lubbock เรื่องนี้ต่อไปทำให้เกิดสมมติฐานใหม่ต่อไป (สมมติฐานที่ 5)


5. Hypothesis of Customized Mucous Chemistry


สมมติฐานนี้มาจากสมมติฐานเบื้องต้นที่ว่า ในเมือกปลาการ์ตูนมีสารชนิดหนึ่ง สารนี้จะไปลดการทำงานของเข็มพิษลงได้

 

ในปี 1984 Brooks และ Mariscal ได้นำสมมติฐาน Thick Mucous มาทดสอบ ทั้งสองเชื่อว่าสมมติฐาน Camouflage นั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด เป็นผลมาจากผลการทดลองใช้ดอกไม้ทะเลปลอมกับปลาการ์ตูน  พบว่า ปลาการ์ตูนต้องการเวลาในการปรับตัวให้คงที่ในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อที่จะเข้าหาดอกไม้ทะลได้ ทำให้สมมติฐาน Camouflage กลับมาถูกพิจารณาอีกครั้ง รวมถึงสมมติฐาน Thick Mucous ด้วย และสมมติฐาน customized mucus chemistry อย่างไรก็ตามส่วนนี้ยังคงมีความสับสนอยู่มาก และยังคงมีสมมติฐานใหม่ต่อไปอีก


6. Hypothesis of Innate Protection


ในปี 1989 Miyakawa ได้ศึกษาในปลาการ์ตูนขนาดเล็กที่ยังเป็น post larva อยู่ พบว่าเมื่อขณะที่ปลายังเล็กอยู่นั้นปลาก็ยังได้รับอันตรายจากดอกไม้ทะเลอยู่ แต่ต่อมาเมื่อมันเปลี่ยนแปลงรูปร่างตัวโตขึ้น ในช่วง
ระยะ juveniles 12-24 เซนติเมตร หรือมากกว่า จึงพบว่าปลาการ์ตูนไม่ได้รับอันตรายจากเข็มพิษของดอกไม้ทะเลอีก


ต่อมาในปี 1994 Elliot ได้พยายามอธิบายถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้ง 2 ชนิดนี้ ซึ่งเขาได้พบว่า ในปลาการ์ตูนลายปล้องไม่ได้มีการสร้าง หรือมีเมือกที่มีลักษณะคล้ายกับดอกไม้ทะเล แต่ปลาการ์ตูนจะเก็บสะสมเมือกที่อยู่ในดอกไม้ทะเล จึงทำให้ปลาการ์ตูนอยู่กับดอกไม้ทะเลได้ ในปี 1997 Elliot ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันตัวของปลาการ์ตูนจากดอกไม้ทะเลที่มีมาแต่กำเนิดจากปลาการ์ตูน 2 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนส้มขาว ( Amphiprion ocellaris ) และปลาการ์ตูนอินเดียนแดง (A. alkallopisos) ผลจากการทดสอบแสดงให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นว่าปลาการ์ตูน 10 ชนิด จะถูกดอกไม้ทะเลจับกินในช่วงที่มันยังเล็กในเวลาสั้นๆ แต่เมื่อปลาการ์ตูนโตขึ้น ดอกไม้ทะเลก็ไม่สามารถทำอันตรายปลาการ์ตูนนั้นได้

ความจำเพาะเจาะจงระหว่างปลาการ์ตูนกับดอกไม้ทะเล 

 

ปลาการ์ตูนเป็นปลาที่อาศัยอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูนบางชนิดเจาะจงอยู่กับดอกไม้ทะเลที่มันชอบ แต่มีปลาการ์ตูนหลายชนิดสามารถอยู่ร่วมกับดอกไม้ทะเลหลากหลายชนิดได้ (ไพบูลย์, 2546) ในธรรมชาตินั้นมีดอกไม้ทะเลกว่า 10 ชนิด ที่ปลาการ์ตูนสามารถอาศัยอยู่ด้วยได้ โดยดอกไม้ทะเลต่างชนิดจะอาศัยโดยปลาการ์ตูนต่างพันธุ์กัน (ภวพล, 2546)

อ้างอิง

: http://th.wikipedia.org/wiki/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s